ตราสารหนี้นอกตลาดของเอเชียไม่เพียงแค่ได้รับความนิยมขึ้นแต่ยังหลากหลายมากขึ้นด้วย

การลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาดในเอเชียยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสัดส่วนขนาดเศรษฐกิจของภูมิภาค ทำให้ยังมีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นได้อีกมาก นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายมากขึ้นด้วย โดยมีผู้ให้บริการทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านควบคู่ไปกับการดำเนิน
กลยุทธ์ที่เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

สินทรัพย์ของการลงทุนตราสารหนี้นอกตลาด ภายใต้การบริหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นสี่เท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าเพิ่มสูงถึง 124,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน เดือนกันยายน 2023 อ้างอิงจาก Preqin ผู้ให้บริการข้อมูลสินทรัพย์ทางเลือก[1] แต่นั่นก็ยังคิดเป็นมูลค่าแค่ 6% ของการลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาดที่มีทั่วโลก[2] เมื่อพิจารณาจากปัจจุบันที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสัดส่วน GDP คิดเป็นมากกว่าสองในห้าของ GDP โลก[3] และคาดว่าภูมิภาคนี้จะช่วยผลักดันการเติบโตอีกกว่า 60% ของทั่วโลกในอนาคต[4] ทำให้เห็นได้ชัดว่ายังมีโอกาสให้ตราสารหนี้นอกตลาดเติบโตขึ้นอีกมาก

รูปที่ 1: การลงทุนตราสารหนี้นอกตลาดกำลังรุกคืบเข้ามาในเอเชียแปซิฟิก

ที่มารูปภาพ:https://www.bloomberg.com/news/articles/2024-05-20/deutsche-bank-s-private-credit-business-beefs-up-team-in-asia

ด้วยนโยบายการให้กู้ยืมของธนาคารที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลกและพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงในเอเชียแปซิฟิกเริ่มให้ผลตอบแทนที่ลดลงอย่างมาก[5] ทำให้การลงทุนตราสารหนี้นอกตลาดก้าวขึ้นมามีบทบาทต่อการเติบโตของภูมิภาคเป็นอย่างมาก สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ตราสารหนี้นอกตลาดยังช่วยลดช่องว่างทางการเงินได้ประมาณ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีให้องค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางของทั่วทั้งภูมิภาคที่กำลังพัฒนาได้[6]

จนถึงขณะนี้ ธนาคารต่างๆ ยังคงเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายใหญ่ที่สุดของเอเชียแปซิฟิก โดยคิดเป็นสัดส่วน 79% เทียบกับ 54% ในยุโรปและเพียง 33% ในสหรัฐฯ จากข้อมูลของ KKR[7] ส่วนภายในภูมิภาค ในจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็น 85% และที่อินเดีย 59% (ดูรูปที่ 2) ในอนาคต สัดส่วนการให้สินเชื่อของธนาคารในภูมิภาคนี้ก็อาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยอาจเป็นไปในทิศทางตามอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตและผู้ให้บริการกองทุนตราสารหนี้นอกตลาดจะเริ่มเข้ามามีบทบาทด้านเงินทุนต่อเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น

รูปที่ 2: สัดส่วนการให้สินเชื่อของธนาคารทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก

ที่มารูปภาพ:https://www.pwchk.com/en/asset-management/navigating-the-region-apr2024.pdf

ตราสารหนี้นอกตลาดในภูมิภาคยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับหุ้นนอกตลาด (Private Equity)โดยอัตราส่วนสินทรัพย์ของหุ้นนอกตลาดต่อตราสารหนี้นอกตลาดอยู่ที่ 30.8 ในเอเชียแปซิฟิก ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 5.2 และยุโรปที่ 3.5[8]

ปิดช่องว่างในการลงทุน

จากข้อมูลของผู้ให้กู้และผู้กู้ยืม การเติบโตของการลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาดของเอเชียแปซิฟิกได้รับแรงผลักดันอย่างมากจากการที่มันสามารถตอบโจทย์การเงินที่ธนาคารมักไม่สามารถทำได้[9] รูปแบบเงินทุนและกรอบการกำกับดูแลที่ต่างจากธนาคาร ส่งผลให้ผู้ให้บริการกองทุนตราสารหนี้นอกตลาดจะสามารถจัดหาเงินทุนให้กับสินทรัพย์ เครดิตบริษัท และสนับสนุนสถานการณ์ขององค์กรนั้นๆ ได้หลากหลายกว่าธนาคาร

กลยุทธ์การให้กู้ยืมโดยตรงจะทำให้นักลงทุนสามารถจัดหาเงินทุนโดยตรงให้กับบริษัทที่อยู่ในตลาดระดับกลางได้ กลยุทธ์เช่นนี้ถือว่ามีศักยภาพเป็นพิเศษในเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากผู้ให้กู้มักจะให้สินเชื่อแก่ผู้กู้ยืมที่อยู่ภายใต้ระบบธนาคารอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่าการลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาดสามารถเสริมการจัดหาเงินทุนของธนาคารในเอเชียแปซิฟิกได้ ตรงกันข้ามกับสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งการลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาดและผู้ให้กู้ที่เป็นธนาคารมักแข่งขันกันมากขึ้น[10]

จากการสำรวจล่าสุดของ Bloomberg เกี่ยวกับผู้ให้บริการตราสารหนี้นอกตลาดในเอเชียแปซิฟิก ค้นพบว่าแวดวงการศึกษา การรักษาพยาบาล และภาคธุรกิจที่ต้องติดต่อกับผู้บริโภคโดยตรงมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะใช้ประโยชน์จากตราสารหนี้นอกตลาด ความต้องการเงินทุนจะมากขึ้นโดยได้รับแรงผลักดันจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงการเพิ่มขึ้นของประชากรที่เติบโตอย่างรวดเร็วในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนผู้สูงวัยที่เพิ่มอย่างรวดเร็วในจีนและประเทศที่พัฒนาแล้วในภูมิภาค[11]

การลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาดยังเป็นตัวเลือกที่ดีในการลดช่องว่างด้านเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลกในแต่ละปี[12] นักลงทุนสถาบันเป็นผู้ให้แหล่งเงินทุนหลักสำหรับสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในยุโรป สหรัฐอเมริกา และภูมิภาคออสตราเลเซียอยู่แล้ว และแนวโน้มดังกล่าวก็อาจจะขยายไปทั่วเอเชียแปซิฟิกด้วย13]

เติบโตท่ามกลางความหลากหลาย

การลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาดไม่เพียงแต่มีขนาดใหญ่ขึ้นในเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น แต่ยังมีความหลากหลายมากขึ้นด้วย ผู้จัดการสินทรัพย์ทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะใช้เงินทุนจำนวนมากขึ้นเพื่อบริหารกองทุนของตนเองให้เป็นไปตามแผน เช่น การลงทุนแบบมีเลเวอเรจ การเผื่อสถานการณ์พิเศษ และการกู้ยืมโดยตรง

แต่นี่ไม่รวมถึงการให้กู้ยืมเพื่อสินทรัพย์และกระแสเงินสดในรูปแบบเฉพาะซึ่งธนาคารหลายแห่งก็ยังจัดหาเงินทุนมาได้ยากเช่นกัน เราคาดว่าจะมีการพัฒนาของระบบนิเวศทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้นไปพร้อมๆ กับการมีผู้ให้บริการทางการเงินที่หลากหลายขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้านที่แตกต่างกัน

พลวัตนี้กำลังเป็นโมเมนตัมที่สำคัญในสหรัฐอเมริกา ประเทศที่ซึ่ง “บริการทางการเงินแบบเฉพาะทาง” กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะโอกาสใหม่ของการลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาด Oliver Wyman คาดการณ์ว่า บริการทางการเงินแบบเฉพาะด้าน ซึ่งรวมถึงการให้ยืมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเช่า ลูกหนี้การค้า และข้อตกลงค่าลิขสิทธิ์ อาจเป็นตลาดที่มีมูลค่าถึง 5.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว[14]

มีโอกาสอีกมากที่สินเชื่อพิเศษแบบเฉพาะด้านจะสามารถเติบโตได้ดีในเอเชียแปซิฟิกเช่นกัน สำหรับภูมิภาคที่มีความมั่งคั่งทางการเงินแซงหน้าสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2008 การให้กู้ยืมที่ใช้สินทรัพย์ทางการเงินค้ำประกัน เช่น การให้กู้ยืมอิงจากการถือครองหุ้น ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา และเมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเอเชียแปซิฟิก HSBC คาดการณ์ว่าความมั่งคั่งของเอเชียยกเว้นญี่ปุ่นจะแซงหน้าสหรัฐฯ ได้ในไม่ช้า สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจะเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ได้[15]

รูปที่ 3: เศรษฐกิจเอเชียคาดว่าจะเติบโตเร็วกว่าประเทศที่ก้าวหน้าอื่นๆ

ที่มารูปภาพ:https://www.muzinich.com/opinions/2024-05-20-five-things-to-know-about-asian-private-credit?utm_source=Insight&utm_medium=Website&utm_campaign=Five_things_to_know_about_asia_PD

ภูมิภาคยังคงมีทางเลือก

ในหลายประเทศที่เศรษฐกิจมีพลวัตมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก การให้กู้ยืมของธนาคารแก่บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ GDP แล้ว การให้กู้ยืมได้ลดลงไปในช่วงสามปีที่ผ่านมา ตามข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย[16] ไทย[17] และมาเลเซีย[18] ซึ่งฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการแพร่ระบาดของโควิด ธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการใช้โมเมนตัมนี้ให้เป็นประโยชน์และต้องการขยายสเกลธุรกิจ กลับเข้าถึงเงินทุนจากธนาคารได้น้อยลง

ดังนั้นเราจึงเห็นโอกาสของการลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาดที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเป็นแหล่งเงินทุนที่ช่วยเสริมการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคได้

แพลตฟอร์มกองทุนขนาดใหญ่จะยังคงเป็นเบอร์หนึ่งของหมวดหมู่การลงทุนในตราสารหนี้นอกตลาดที่ใหญ่ที่สุด แต่ความต้องการสินเชื่อเฉพาะทางที่ค้ำประกันด้วยสินทรัพย์หลากหลายประเภทจะช่วยสร้างตัวเลือกในการระดมทุนสำหรับผู้ประกอบการและบริษัทในภูมิภาคให้มากขึ้น

เข้าถึงสภาพคล่องจากการถือครองหุ้นมีศักยภาพมากในเอเชียแปซิฟิก ธุรกิจที่บริหารงานในครอบครัวกลายเป็นเจ้าตลาดทุนในภูมิภาค ตัวอย่างเช่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ธุรกิจครอบครัวคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของบริษัทจดทะเบียน[19] ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในภูมิภาคนี้ยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้นทั่วโลกอีกด้วย จากการสำรวจของ UBS เกี่ยวกับบริษัทที่บริหารโดยครอบครัวทั่วโลกซึ่งมีความมั่งคั่งรวมกันกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ ระบุว่า คนในตระกูลร่ำรวยที่อยู่ในภูมิภาคนี้ มีการจัดสรรทรัพย์สินไปลงทุนเพียง 26% เท่านั้น[20] ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นถึงมูลค่ากลุ่มสินทรัพย์ที่ยังเหลืออีกมากที่พอจะใช้เข้าถึงสภาพคล่อง และผลิตภัณฑ์สินเชื่อจาก EquitiesFirst จะช่วยคุณในเรื่องนี้ได้ เราช่วยให้นักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญสูง นักลงทุนที่มิใช่รายย่อย และนักลงทุนที่มั่งคั่งและประสบการณ์สูงสามารถระดมเงินทุนโดยใช้หุ้นในพอร์ตเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แม้จะเป็นหุ้นขนาดกลางหรือขนาดเล็กก็ตาม สิ่งนี้จะช่วยสร้างเงินทุนสำหรับวัตถุประสงค์ที่หลากหลายได้ ไม่ว่าเพื่อการลงทุน เพื่อการให้กู้ยืมแก่บริษัทที่มีครอบครัวบริหารเพื่อนำไปชำระหนี้ และเพื่อการกระจายการลงทุนในพอร์ตก็ตาม

พื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและหลักทรัพย์ประกันที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกจำนวนมากในเอเชียแปซิฟิก บ่งชี้ให้เห็นว่าสินเชื่อแบบพิเศษที่ใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้นของตลาดสินเชื่อที่กำลังเติบโตในภูมิภาค สำหรับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจดทะเบียน หากนึกถึงการกู้ยืมแล้ว นับว่ามีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้การกู้ยืมจากธนาคารเลยทีเดียว


[1] https://www.scmp.com/business/banking-finance/article/3261676/private-credit-market-big-story-asia-though-institutional-investors-have-become-selective-say

[2] https://asia.nikkei.com/Opinion/Private-credit-can-help-fill-Asia-s-growing-financing-gap

[3] https://www.mckinsey.com/mgi/our-research/asia-on-the-cusp-of-a-new-era

[4] https://asia.nikkei.com/Economy/Asia-to-drive-60-of-global-GDP-growth-in-2024-led-by-India-IMF

[5] https://debtexplorer.whitecase.com/leveraged-finance-commentary/high-yield-issuance-rallies-in-western-markets

[6] https://www.scmp.com/business/banking-finance/article/3251942/asian-private-credit-players-rush-bridge-funding-gap-smes-and-sectors-education-technology

[7] https://www.kkr.com/content/dam/kkr/insights/pdf/private-credit-in-asia-pacific.pdf

[8] https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-11-27/kkr-sees-private-credit-returns-in-asia-beating-us-and-europe

[9] https://www.privatedebtinvestor.com/the-gaps-opening-in-asia-pacific-private-debt/

[10] https://www.privatedebtinvestor.com/the-gaps-opening-in-asia-pacific-private-debt/

[11] https://www.bloomberg.com/news/articles/2024-02-27/private-credit-sees-more-growth-in-asia-as-banks-pull-back

[12] https://www.scmp.com/business/banking-finance/article/3255455/transition-finance-seen-crucial-tool-fight-against-climate-change-asia

[13] https://www.infrastructureinvestor.com/the-role-of-private-credit-in-driving-the-net-zero-transition/

[14] https://www.oliverwyman.com/our-expertise/insights/2024/apr/private-credit-next-act-bank-resurgence.html

[15] https://www.research.hsbc.com/C/1/1/320/svKzVQm

[16] https://data.bis.org/topics/TOTAL_CREDIT/BIS,WS_TC,2.0/Q.ID.P.B.M.770.A

[17] https://data.bis.org/topics/TOTAL_CREDIT/BIS,WS_TC,2.0/Q.TH.P.B.M.770.A

[18] https://data.bis.org/topics/TOTAL_CREDIT/BIS,WS_TC,2.0/Q.MY.P.B.M.770.A

[19] https://www.businesstimes.com.sg/opinion-features/embracing-change-future-proofing-family-businesses-s-e-asia

[20] https://www.ubs.com/global/en/family-office-uhnw/reports/global-family-office-report-2024.html

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต และไม่มีการรับประกันหรือรับรองผลตอบแทนของแต่ละบุคคล

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ได้รับการรับรอง นักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญ นักลงทุนมืออาชีพ หรือนักลงทุนที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายอื่น ๆ กำหนดเท่านั้น และไม่ได้จัดทำขึ้นสำหรับและไม่ควรใช้โดยบุคคลที่มีลักษณะไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เนื้อหาที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นเนื้อหาที่มีลักษณะทั่วไปและไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หรือความต้องการทางการเงินที่เฉพาะเจาะจงใด ๆ มุมมองและความคิดเห็นที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นโดยบุคคลที่ภายนอก และอาจไม่ได้สะท้อนมุมมองและความคิดเห็นของ EquitiesFirst นอกจากนี้ EquitiesFirst ไม่ได้ตรวจสอบหรือยืนยันข้อมูลที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ด้วยตนเอง และไม่ได้รับรองว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้องหรือสมบูรณ์ ความคิดเห็นและข้อมูลในเอกสารฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เนื้อหาที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ไม่ถือเป็นการเสนอขาย (หรือการชักชวนให้ซื้อ) หลักทรัพย์ การลงทุน หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ (“ข้อเสนอ”) ข้อเสนอใด ๆ ดังกล่าวจะต้องดำเนินการผ่านการเสนอขายที่เกี่ยวข้องหรือเอกสารอื่น ๆ ที่มีการระบุข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญไว้อย่างชัดเจนเท่านั้น ข้อมูลใด ๆ ในเอกสารฉบับนี้ไม่ถือเป็นการแนะนำ การจูงใจ การเชิญชวน การโน้มน้าว การส่งเสริมการขาย หรือเป็นข้อเสนอให้ซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์การลงทุนใด ๆ จาก Equities First Holdings, LLC หรือบริษัทย่อยของ Equities First Holdings, LLC (เรียกรวมกันว่า ” EquitiesFirst”) และไม่ควรตีความในทางใดทางหนึ่งว่าเอกสารฉบับนี้เป็นการแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย หรือภาษี รวมถึงการแนะนำ การอ้างอิง หรือการรับรองจาก EquitiesFirst ท่านควรเสาะหาคำแนะนำทางการเงินด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

เอกสารฉบับนี้ประกอบด้วยทรัพย์สินทางปัญญาของ EquitiesFirst ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงโลโก้ต่าง ๆ  และเครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียน ตลอดจนเครื่องหมายบริการที่เกี่ยวข้องตามลำดับ EquitiesFirst ขอสงวนสิทธิ์ทั้งหมดในทรัพย์สินทางปัญญาที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ เอกสารฉบับนี้ไม่ควรนำไปแจกจ่าย เผยแพร่ ทำซ้ำ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่น ๆ ที่ทำให้ผู้รับสามารถส่งต่อเนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนของเอกสารฉบับนี้ไปยังผู้อื่นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอกสารฉบับนี้ไม่ควรนำไปแจกจ่ายให้แก่บุคคลในประเทศใด ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดกฎหมายหรือระเบียบอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

EquitiesFirst ไม่รับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับเอกสารฉบับนี้ และขอปฏิเสธอย่างชัดแจ้งต่อการรับประกันโดยนัยใด ๆ ภายใต้กฎหมาย ท่านรับทราบว่า EquitiesFirst จะไม่ต้องรับผิดในทุกกรณี สำหรับความเสียหายทั้งทางตรง ทางอ้อม ที่เป็นกรณีพิเศษ ที่เป็นผลสืบเนื่อง โดยไม่เจตนา หรือที่เป็นการลงโทษ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการสูญเสียผลประโยชน์หรือการสูญเสียโอกาสใด ๆ แม้ว่า EquitiesFirst จะรับทราบถึงความเป็นไปได้ของความเสียหายดังกล่าวก็ตาม

EquitiesFirst ได้จัดทำคำแถลงการเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจบังคับใช้ในเขตอำนาจศาลที่ระบุไว้

ประเทศออสเตรเลีย: Equities First Holdings (Australia) Pty Ltd (หมายเลขทะเบียนบริษัท: 142 644 399) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตบริการทางการเงินของประเทศออสเตรเลีย (หมายเลข AFSL: 387079) สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้มีไว้สำหรับบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียและจัดเป็นลูกค้าสำหรับการค้าส่ง (Wholesale Client) ตามที่ระบุในมาตรา 761G แห่งพระราชบัญญัติบริษัท ค.ศ. 2001 (Corporations Act 2001)เท่านั้นการเผยแพร่ข้อมูลให้บุคคลอื่นใดที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้นอาจมีข้อจำกัดตามกฎหมาย ทั้งนี้ บุคคลใดที่มีข้อมูลดังกล่าวในครอบครองควรเสาะหาคำแนะนำและทำความเข้าใจข้อจำกัดดังกล่าว เนื้อหาที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น  และไม่ควรตีความว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อเสนอ การจูงใจ หรือคำแนะนำในการซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลในลักษณะทั่วไป และไม่ใช่คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินส่วนบุคคล คำแนะนำใด ๆ ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปเท่านั้น และจัดทำขึ้นโดยไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ สถานการณ์หรือความต้องการทางการเงินของผู้ลงทุน ก่อนดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลใด ๆ ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ ท่านควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าว และลักษณะของผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ สถานการณ์ และความต้องการทางการเงินของท่านท่านควรเสาะหาคำแนะนำทางการเงินด้วยตนเอง และอ่านคำแถลงการเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หรือเอกสารข้อเสนออื่น ๆ ก่อนตัดสินใจลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง: Equities First Holdings Hong Kong Limitedได้รับใบอนุญาตภายใต้กฎหมายผู้ให้กู้ยืมในฮ่องกง (หมายเลขใบอนุญาตผู้ให้กู้เลขที่ 1681/2023)และดำเนินธุรกิจด้านการจัดการกับหลักทรัพย์ (ใบอนุญาตประเภทที่ 1)ภายใต้กฎหมายการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกง (“SFO”) (หมายเลข CEเลขที่ BFJ407)เอกสารฉบับนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกงนอกจากนี้เอกสารฉบับนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเสนอการขายหลักทรัพย์ หรือชักจูงให้ซื้อผลิตภัณฑ์ที่จัดการหรือจัดหาโดย Equities First Holdings Hong Kong Limitedแต่จัดทำขึ้นสำหรับบุคคลที่มีคุณสมบัติเป็นนักลงทุนมืออาชีพภายใต้ SFOเท่านั้นเอกสารฉบับนี้ไม่ได้ส่งถึงบุคคลหรือองค์กรที่จะทำให้ข้อเสนอหรือคำเชิญชวนดังกล่าวผิดกฎหมายหรือถูกต้องห้าม

ประเทศเกาหลี: เอกสารข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญ นักลงทุนมืออาชีพ หรือนักลงทุนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์เพียงพอต่อการทำธุรกรรมการจัดหาเงินทุนหลักทรัพย์เป็นการเฉพาะเจาะจง และไม่ได้จัดทำขึ้นสำหรับและไม่ควรใช้โดยบุคคลที่มีลักษณะไม่ตรงตามข้อกำหนดข้างต้น

สหราชอาณาจักร: Equities First (London) Limited ได้รับการรับรองและควบคุมในสหราชอาณาจักรโดยหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน (” FCA”) ในสหราชอาณาจักร เอกสารฉบับนี้ได้แจกจ่ายให้แก่บุคคลที่มีลักษณะเป็นไปตามมาตรา 19(5) (นักลงทุนมืออาชีพ) และมาตรา 42(2) (บริษัทที่มีมูลค่าสุทธิสูง สมาคมอิสระ ฯลฯ) ในส่วนที่ 4 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องบริการทางการเงินและตลาด ค.ศ. 2000 (การสนับสนุนทางการเงิน) คำสั่ง ค.ศ. 2005 (“FPO”) เท่านั้น และกิจกรรมการลงทุนใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอนี้จะใช้ได้เฉพาะกับบุคคลดังกล่าวและมีเพียงแค่บุคคลดังกล่าวเท่านั้นที่จะสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวได้ บุคคลที่ไม่มีประสบการณ์ระดับมืออาชีพในการลงทุน หรือบุคคลที่มีลักษณะไม่เป็นไปตามมาตรา 49 ของ FPO ไม่ควรใช้เอกสารนี้ เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นสำหรับบุคคลที่มีคุณสมบัติเป็นนักลงทุนมืออาชีพภายใต้หน่วยงานที่ให้การกำกับการให้บริการด้านการลงทุนและผลิตภัณฑ์ทางการเงินในพื้นที่ภาคพื้นยุโรป (MiFID) เท่านั้น